10 สิงหาคม 2569

ขมิ้นชันช่วยโรคกระเพาะได้แค่ไหน เทียบกับยาโอเมพราโซลแล้วเป็นอย่างไร

ภัทรภร กิจสุวรรณ

นักวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร · CEO Merge Supplement

นักวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผู้ก่อตั้งและซีอีโอแบรนด์ Merge ทำงานด้านการพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกลุ่มโปรไบโอติกส์และพรีไบโอติกส์ ที่มุ่งดูแลสมดุลระบบทางเดินอาหารจากต้นเหตุ บทความในเว็บไซต์นี้เรียบเรียงจากงานวิจัยและแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่ระบุไว้ท้ายบทความ เป็นข้อมูลเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์รายบุคคล

ขมิ้นชันช่วยโรคกระเพาะได้แค่ไหน เทียบกับยาโอเมพราโซลแล้วเป็นอย่างไร

มีงานวิจัยในไทย 2 ชิ้นเปรียบเทียบสารสกัดเคอร์คูมินจากขมิ้นชันกับยาโอเมพราโซล พบว่าลดอาการ "อาหารไม่ย่อยเชิงหน้าที่" (functional dyspepsia) ได้ใกล้เคียงกัน แต่นี่คือคนละเรื่องกับการ "รักษาโรคกระเพาะทุกชนิด" และไม่ได้แปลว่าขมิ้นชันไม่มีผลข้างเคียง — ขมิ้นชันมีผลข้างเคียงจริงและมีข้อห้ามใช้บางกรณี

TL;DR สรุปสั้น

  • 📊 งานวิจัยแบบสุ่มมีกลุ่มควบคุมของไทย 2 ชิ้น (Yongwatana 2022 · Kongkam 2023) พบว่าสารสกัดเคอร์คูมินลดอาการปวดแน่นท้อง อืด อิ่มเร็ว ได้ ใกล้เคียงกับยาโอเมพราโซล — แต่ศึกษาเฉพาะกลุ่มผู้ป่วย functional dyspepsia (ตรวจส่องกล้องแล้วไม่พบพยาธิสภาพ) เท่านั้น ไม่ใช่โรคกระเพาะทุกชนิด
  • 📊 เคอร์คูมินยับยั้งเชื้อ H. pylori ได้ ในหลอดทดลอง แต่เมื่อทดลองเติมเข้าไปในยาชุดกำจัดเชื้อมาตรฐานในคนจริง ไม่ได้เพิ่มอัตรากำจัดเชื้อ (Khonche et al. 2016)
  • 📊 การดูดซึมของเคอร์คูมินทางปากต่ำมาก งานวิจัยที่ใช้ได้ผลมักใช้สารสกัดเข้มข้นปริมาณสูง (500–1,000 มก./วัน) ไม่ใช่การกินขมิ้นในอาหารทั่วไป
  • ⚠️ ขมิ้นชัน/เคอร์คูมินมีผลข้างเคียงจริง (แสบท้อง คลื่นไส้ ท้องเสีย) มีรายงานตับอักเสบในสูตรดูดซึมสูง มีปฏิกิริยากับยาละลายลิ่มเลือด และห้ามใช้ในคนที่มีนิ่ว/ทางเดินน้ำดีอุดตัน
  • ⭐ ขมิ้นชันเป็น หนึ่งในสารสกัดสมุนไพรที่อยู่ในสูตร AB-ZISS ของ Merge (ร่วมกับสมุนไพรอื่น ๆ และโปรไบโอติก) แต่บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้เรื่องขมิ้นชันโดยรวม ไม่ใช่การโฆษณาสรรพคุณผลิตภัณฑ์

⚠️ บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำให้ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง ถ้ากำลังกินยาโรคกระเพาะ/กรดไหลย้อนอยู่ ห้ามหยุดหรือเปลี่ยนไปใช้สมุนไพรเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์


ขมิ้นชันเกี่ยวข้องกับโรคกระเพาะยังไง

ขมิ้นชัน (Curcuma longa) มีสารสำคัญกลุ่มเคอร์คูมินอยด์ โดยเฉพาะ เคอร์คูมิน (curcumin) ซึ่งงานวิจัยในหลอดทดลองพบว่ามีฤทธิ์ต้านการอักเสบระดับเซลล์ อย่างไรก็ตาม หน่วยงานสุขภาพของรัฐบาลสหรัฐฯ อย่าง National Center for Complementary and Integrative Health (NCCIH) ระบุตรงไปตรงมาว่า แม้งานวิจัยเบื้องต้นในห้องปฏิบัติการจะชี้ว่าเคอร์คูมินอาจมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ แต่ หลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าการกินอาหารเสริมขมิ้นชันได้ผลจริงในการรักษาโรคที่เกี่ยวกับการอักเสบ (NCCIH, 2024)

พูดอีกแบบ: กลไกระดับเซลล์ที่ดูมีเหตุผล ≠ หลักฐานว่าได้ผลจริงในคน — ต้องดูงานวิจัยในคนโดยตรงถึงจะตอบคำถามนี้ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ 2 หัวข้อถัดไปจะพาไปดู

งานวิจัยเทียบขมิ้นชันกับยาโอเมพราโซล มีจริงไหม ผลเป็นยังไง

มีจริง และเป็นงานวิจัยที่ทำในไทยทั้งคู่ — แต่สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดคือ ทั้งสองงานศึกษาเฉพาะกลุ่มผู้ป่วย "อาหารไม่ย่อยเชิงหน้าที่" (functional dyspepsia) ซึ่งตามเกณฑ์ Rome IV หมายถึงคนที่มีอาการแน่นท้อง อิ่มเร็ว ปวด/แสบยอดอก แต่ส่องกล้องแล้วไม่พบพยาธิสภาพ เช่น ไม่มีแผล ไม่มีเนื้องอก ไม่มีสาเหตุเชิงโครงสร้างอื่น (Ford et al., AAFP 2020) — ไม่ใช่โรคกระเพาะอักเสบ แผลในกระเพาะ หรือมะเร็งกระเพาะ

งานวิจัยขนาดตัวอย่างรูปแบบผลลัพธ์หลัก
Yongwatana et al. 2022 (J Gastroenterol Hepatol)132 คน (เคอร์คูมิน 45 · โอเมพราโซล 43 · ยาหลอก 44)สุ่ม ปกปิดสองทาง มีกลุ่มยาหลอก 4 สัปดาห์อาการปวด/แน่นท้องกลุ่มเคอร์คูมินลดลงมากกว่ายาหลอกอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.001) และ ไม่ต่างจากกลุ่มโอเมพราโซลอย่างมีนัยสำคัญ
Kongkam & Khongkha et al. 2023 (BMJ Evidence-Based Medicine)206 คนเข้าร่วม (วิเคราะห์ผลได้ครบ 151 คน)สุ่ม ปกปิดสองทาง 3 กลุ่ม (เคอร์คูมินอย่างเดียว 1,000 มก./วัน · โอเมพราโซล 20 มก./วัน · ใช้ร่วมกัน) 28 วันทั้ง 3 กลุ่มอาการดีขึ้นใกล้เคียงกัน ไม่พบผลเสริมฤทธิ์กัน (no synergistic effect) เมื่อใช้ร่วมกัน

📊 ทั้งสองงานสรุปตรงกันว่า เคอร์คูมินให้ผลลดอาการใกล้เคียงกับโอเมพราโซลในกลุ่มผู้ป่วย functional dyspepsia ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่ verify ได้จริง — ประเด็นคือขอบเขตของคำว่า "เทียบเท่า" นี้แคบกว่าที่มักถูกพูดถึงมาก

⚠️ ข้อจำกัดที่ควรรู้: งานของ Kongkam (2023) ซึ่งเป็นงานขนาดใหญ่กว่า ไม่มีกลุ่มยาหลอกเปรียบเทียบ (มีแต่เคอร์คูมิน/โอเมพราโซล/ผสม) จึงบอกได้แค่ว่าสองวิธี "ให้ผลใกล้เคียงกัน" แต่บอกไม่ได้ชัดว่าทั้งคู่ดีกว่าไม่ทำอะไรเลยแค่ไหน — ส่วนงานของ Yongwatana (2022) มีกลุ่มยาหลอกจึงตอบคำถามนี้ได้ และเป็นตัวที่สนับสนุนภาพรวมได้แข็งกว่า

สรุปให้ชัด: "เทียบเท่า" ในที่นี้หมายถึง ลดอาการของภาวะอาหารไม่ย่อยที่ไม่พบพยาธิสภาพ เท่านั้น ไม่ได้แปลว่าขมิ้นชันรักษาแผลในกระเพาะ กรดไหลย้อนที่มีภาวะแทรกซ้อน หรือทดแทนการรักษาโรคกระเพาะทุกชนิดได้ — อ่านความแตกต่างของสองกลุ่มโรคนี้เพิ่มเติมได้ที่ โรคกระเพาะกับกรดไหลย้อน ต่างกันอย่างไร

ขมิ้นชันกำจัดเชื้อ H. pylori ได้ไหม

นี่คือจุดที่มักถูกเข้าใจผิดมากที่สุด งานวิจัยในหลอดทดลองพบว่าเคอร์คูมินมีฤทธิ์ยับยั้งการเติบโตของเชื้อ H. pylori ได้จริง (De R et al., Antimicrob Agents Chemother 2009) แต่ ในคนจริงเรื่องกลับไม่ง่ายแบบนั้น

📊 งานวิจัยของ Khonche และคณะ (2016) ให้ผู้ป่วยแผลในกระเพาะที่ติดเชื้อ H. pylori ได้รับยาสูตรมาตรฐาน 3 ตัว (clarithromycin + amoxicillin + pantoprazole) เหมือนกันทุกคน แล้วสุ่มให้กลุ่มหนึ่งกินเคอร์คูมินเสริม 500 มก./วัน อีกกลุ่มกินยาหลอก (การทดลองขนาดเล็ก 44 คน) ผลคือ:

ตัวชี้วัดกลุ่มเคอร์คูมิน+ยามาตรฐานกลุ่มยาหลอก+ยามาตรฐาน
อัตรากำจัดเชื้อ H. pylori (urea breath test)73.3%73.3% (ไม่ต่างกัน)
อาการอาหารไม่ย่อยดีขึ้นเต็มที่27.6%6.7%

⭐ สรุปคือ เคอร์คูมินช่วยให้อาการอาหารไม่ย่อยดีขึ้นเมื่อใช้เสริมกับยามาตรฐาน แต่ ไม่ได้เพิ่มอัตราการกำจัดเชื้อ — ตรงนี้สำคัญเพราะยืนยันว่าฤทธิ์ต้านเชื้อในหลอดทดลองไม่ได้แปลตรงตัวเป็นผลในคน การกำจัดเชื้อ H. pylori ให้หมดยังคงต้องพึ่งยาปฏิชีวนะสูตรที่แพทย์สั่งเท่านั้น อ่านรายละเอียดการตรวจและรักษาเชื้อนี้ได้ที่ H. pylori ติดต่อไหม ตรวจยังไง และรักษาอย่างไร

ทำไมปริมาณขมิ้นชันในงานวิจัยถึงต่างจากที่กินในชีวิตประจำวันมาก

ประเด็นสำคัญที่มักถูกมองข้ามคือ การดูดซึมของเคอร์คูมินทางปากต่ำมาก เคอร์คูมินละลายน้ำได้น้อย ถูกเปลี่ยนสภาพและขับออกจากร่างกายเร็ว งานวิจัยพบว่าสัดส่วนที่ถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดจากการกินตามปกติอยู่ที่ราวเพียง 1% เท่านั้น

📊 มีการทดลองว่าการกิน สารไพเพอรีนจากพริกไทยดำร่วมด้วย สามารถเพิ่มระดับเคอร์คูมินในเลือดของอาสาสมัครมนุษย์ได้สูงถึง 2,000% เมื่อเทียบกับกินเคอร์คูมินอย่างเดียว (Shoba et al., Planta Medica 1998) — นี่คือเหตุผลที่ผลิตภัณฑ์เคอร์คูมินเชิงพาณิชย์หลายยี่ห้อผสมสารเพิ่มการดูดซึมเข้าไปด้วย

⭐ ความหมายเชิงปฏิบัติ: งานวิจัยที่เห็นผลลดอาการ (Yongwatana 2022, Kongkam 2023) ใช้ สารสกัดเคอร์คูมินเข้มข้นปริมาณ 500–1,000 มก./วัน ซึ่งต่างจากการกินขมิ้นชันในแกงหรือเครื่องดื่มทั่วไปมาก การคาดหวังผลแบบเดียวกับงานวิจัยจากการกินขมิ้นในอาหารจึงไม่สมเหตุสมผล

ขมิ้นชัน "ไม่มีผลข้างเคียง" จริงไหม

ไม่จริง — นี่คือคำกล่าวอ้างที่เกินความจริงและควรแก้ไขให้ตรง เพราะขมิ้นชัน/เคอร์คูมินมีผลข้างเคียงและข้อควรระวังที่มีหลักฐานรองรับชัดเจน

ประเด็นรายละเอียดแหล่งอ้างอิง
ผลข้างเคียงทั่วไปคลื่นไส้ อาเจียน แสบท้อง ท้องเสีย หรือท้องผูก ในบางคนอาจทำให้กรดไหลย้อนแย่ลงNCCIH, 2024
ตับ (พบน้อยแต่มีรายงานจริง)มีรายงานตับอักเสบ/ตับวายเฉียบพลันในผู้ที่กินสูตรดูดซึมสูง (high-bioavailability) บางรายNCCIH, 2024
ยาละลายลิ่มเลือด/ต้านการแข็งตัวของเลือดเคอร์คูมินมีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือดอ่อน ๆ และมีรายงานผู้ป่วยที่ค่า INR สูงขึ้นหลังเริ่มกินผลิตภัณฑ์ขมิ้น/เคอร์คูมินร่วมกับวาร์ฟารินMedsafe (นิวซีแลนด์), 2018
นิ่ว/ทางเดินน้ำดีอุดตันขมิ้นชันกระตุ้นการหลั่งน้ำดี จึงไม่แนะนำในผู้ที่มีนิ่วในถุงน้ำดี ท่อน้ำดีอุดตัน หรือโรคทางเดินน้ำดีอื่น ๆEMA/HMPC Herbal Monograph, 2018

⚠️ กลุ่มที่ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้สารสกัดขมิ้นชันเข้มข้นเป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด ผู้มีนิ่วในถุงน้ำดีหรือทางเดินน้ำดีอุดตัน ผู้มีโรคตับ สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร และผู้ที่กำลังจะเข้ารับการผ่าตัด (ควรหยุดล่วงหน้าตามที่แพทย์แนะนำ เพราะมีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด)

ควรใช้ขมิ้นชันดูแลกระเพาะยังไงให้ปลอดภัย

⭐ ความเห็นแบรนด์: หลักฐานที่มีอยู่จริงสนับสนุนว่าเคอร์คูมินอาจช่วยลดอาการของภาวะอาหารไม่ย่อยเชิงหน้าที่ได้ในบางคน แต่ไม่ควรใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาของแพทย์ โดยเฉพาะถ้ายังไม่เคยตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงของอาการปวดท้อง

สิ่งที่ควรทำก่อนเริ่มใช้:

  • ถ้าปวดท้องเรื้อรังหรือเป็น ๆ หาย ๆ ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุก่อน ไม่ควรสันนิษฐานเองว่าเป็น functional dyspepsia — ดูสัญญาณที่ควรรีบพบแพทย์ได้ที่ ปวดท้องแบบไหนต้องไปหาหมอ
  • ถ้ากำลังกินยาลดกรดหรือยาโรคกระเพาะที่แพทย์สั่งอยู่ ห้ามหยุดยาเองเพื่อเปลี่ยนไปใช้ขมิ้นชัน — อ่านเรื่องความเสี่ยงของการหยุดยาเองที่ กินยาลดกรดนาน ๆ ดีไหม
  • แจ้งแพทย์/เภสัชกรทุกครั้งว่ากำลังใช้ผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน/เคอร์คูมินเข้มข้นอยู่ โดยเฉพาะก่อนผ่าตัดหรือถ้ากินยาละลายลิ่มเลือด

ขมิ้นชันกับผลิตภัณฑ์ของ Merge เกี่ยวข้องกันอย่างไร

จริง ๆ แล้วขมิ้นชันเป็น หนึ่งในสารสกัดสมุนไพรที่อยู่ในสูตรของ AB-ZISS ร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่น เช่น ขิง ชะเอมเทศ เมล็ดลูกซัด อาร์ติโชค ตังกุย และโปรไบโอติก 2 สายพันธุ์ — เป็นสูตรที่ใช้สมุนไพรหลายชนิดทำงานร่วมกันเพื่อช่วยดูแลกระเพาะอาหาร ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ขมิ้นชันเดี่ยว ๆ

แต่มีจุดสำคัญที่ต้องเข้าใจให้ตรงกัน: ขมิ้นชันในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็น เพียงส่วนประกอบหนึ่งของสูตร ไม่ใช่สารสกัดเคอร์คูมินขนาดสูง 500–1,000 มก./วัน แบบที่ใช้ในงานวิจัยข้างต้น ดังนั้นข้อควรระวังทั้งหมดในบทความนี้ยังคงใช้ได้เสมอ — โดยเฉพาะการไม่หยุดยาที่แพทย์สั่งเพื่อไปพึ่งสมุนไพรเอง และการปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้หากมีโรคประจำตัว กำลังตั้งครรภ์ หรือกินยาละลายลิ่มเลือดอยู่ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นตัวช่วยดูแล ไม่ใช่ยารักษาโรค

ถ้าสนใจเรื่องการดูแลกระเพาะอาหารในภาพรวม อ่านเพิ่มเติมได้ที่ โปรไบโอติกส์ช่วยเรื่องโรคกระเพาะได้ไหม และ พรีไบโอติกกับโปรไบโอติกต่างกันยังไง


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ขมิ้นชันรักษาโรคกระเพาะให้หายขาดได้ไหม? A: ไม่ได้ งานวิจัยที่มีอยู่แสดงเพียงว่าเคอร์คูมินช่วยลดอาการของภาวะอาหารไม่ย่อยเชิงหน้าที่ (functional dyspepsia) ได้ใกล้เคียงยาโอเมพราโซลในบางกลุ่มผู้ป่วยเท่านั้น ไม่มีงานวิจัยที่แสดงว่าขมิ้นชันรักษาโรคกระเพาะให้หายขาดได้ และไม่ควรใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์

Q: กินขมิ้นชันแล้วกำจัดเชื้อ H. pylori ได้เลยไหม ไม่ต้องกินยาปฏิชีวนะ? A: ไม่ได้ งานวิจัยในคนพบว่าการเติมเคอร์คูมินเข้าไปในยาสูตรมาตรฐานไม่ได้เพิ่มอัตรากำจัดเชื้อเลย (73.3% เท่ากันทั้งสองกลุ่ม) การกำจัดเชื้อ H. pylori ให้หมดยังต้องพึ่งยาปฏิชีวนะสูตรที่แพทย์สั่งเท่านั้น

Q: ขมิ้นชันมีผลข้างเคียงจริงไหม? A: มีจริง ที่พบบ่อยคือคลื่นไส้ แสบท้อง ท้องเสีย ในบางรายมีรายงานตับอักเสบจากสูตรดูดซึมสูง และมีปฏิกิริยากับยาละลายลิ่มเลือดที่ทำให้เลือดออกง่ายขึ้น ผู้มีนิ่วในถุงน้ำดีควรเลี่ยง คำกล่าวว่า "ไม่มีผลข้างเคียง" จึงไม่ตรงกับหลักฐานที่มี

Q: ใครไม่ควรใช้ขมิ้นชันสารสกัดเข้มข้น? A: ผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด ผู้มีนิ่วในถุงน้ำดีหรือทางเดินน้ำดีอุดตัน ผู้มีโรคตับ สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร และผู้ที่กำลังจะผ่าตัด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้เสมอ

Q: ทำไมกินขมิ้นในแกงหรือเครื่องดื่มแล้วไม่เห็นผลเหมือนงานวิจัย? A: เพราะเคอร์คูมินดูดซึมทางปากได้ต่ำมาก งานวิจัยที่เห็นผลใช้สารสกัดเข้มข้นปริมาณ 500–1,000 มก./วัน ซึ่งมากกว่าปริมาณที่ได้จากการกินขมิ้นในอาหารทั่วไปมาก


อ่านต่อ

มีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูแลระบบย่อยอาหาร ปรึกษาทีมงานได้ทาง LINE @mergesupplement


แหล่งอ้างอิง

  1. Yongwatana K, Harinwan K, Chirapongsathorn S, et al. Curcuma longa Linn versus omeprazole in treatment of functional dyspepsia: A randomized, double-blind, placebo-controlled trial. J Gastroenterol Hepatol 2022;37(2):335-341. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/34652861/
  2. Kongkam P, Khongkha W, et al. Curcumin and proton pump inhibitors for functional dyspepsia: a randomised, double blind controlled trial. BMJ Evidence-Based Medicine 2023. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/37696679/
  3. Khonche A, Biglarian O, Panahi Y, et al. Adjunctive Therapy with Curcumin for Peptic Ulcer: a Randomized Controlled Trial. Drug Research (Stuttg) 2016;66(8):444-448. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/27351245/
  4. De R, Kundu P, Swarnakar S, et al. Antimicrobial Activity of Curcumin against Helicobacter pylori Isolates from India and during Infections in Mice. Antimicrob Agents Chemother 2009;53(4):1592-1597. https://doi.org/10.1128/AAC.01242-08
  5. Shoba G, Joy D, Joseph T, et al. Influence of Piperine on the Pharmacokinetics of Curcumin in Animals and Human Volunteers. Planta Medica 1998;64(4):353-356. https://doi.org/10.1055/s-2006-957450
  6. National Center for Complementary and Integrative Health (NIH). Turmeric. https://www.nccih.nih.gov/health/turmeric
  7. European Medicines Agency (HMPC). Final European Union herbal monograph on Curcuma longa L., rhizoma (Revision 1), 2018. https://www.ema.europa.eu/en/documents/herbal-monograph/final-european-union-herbal-monograph-curcuma-longa-l-rhizoma-revision-1_en.pdf
  8. Medsafe (New Zealand Medicines and Medical Devices Safety Authority). Beware turmeric/curcumin containing products can interact with warfarin, 2018. https://medsafe.govt.nz/safety/ews/2018/Turmeric.asp
  9. Ford AC, Mahadeva S, Carbone MF, et al. Functional Dyspepsia: Evaluation and Management. Am Fam Physician 2020;101(2):84-88. https://www.aafp.org/pubs/afp/issues/2020/0115/p84.html

ข้อความกำกับตามข้อกำหนด ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไม่มีผลในการบำบัด บรรเทา หรือรักษาโรค ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล · อ่านคำเตือนบนฉลากก่อนบริโภค เนื้อหานี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสมุนไพร ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำของแพทย์ได้ ห้ามหยุด ปรับขนาด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งด้วยตัวเองไปใช้สมุนไพรแทน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว ใช้ยาละลายลิ่มเลือด มีนิ่วในถุงน้ำดี ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้สมุนไพรเข้มข้นเสมอ หากมีอาการปวดท้องเรื้อรังหรือผิดปกติ ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

มีคำถามเรื่องการดูแลกระเพาะหรือกรดไหลย้อน?

ปรึกษาทีมงาน Merge หรือสั่งซื้อแบบเก็บเงินปลายทางได้ทาง LINE

ปรึกษา / สั่งซื้อทาง LINE

เพิ่มเพื่อนแล้วพิมพ์ WEBMD — แอดมินดูแลต่อทันที